เรียบเรียงโดย น.อ.ศิริพล  ศิริทรัพย์

 
โมเดลการวางแผนกลยุทธ์       
 โมเดลการวางแผนกลยุทธ์  (รูปถ้วยแชมเปญ)  

 
 

                จากรูปโมเดล นักวางแผนจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์แยกเป็น 2 ด้าน

  1. วิเคราะห์สถานการณ์ภายนอก มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินสภาวะที่เป็นอุปสรรคและโอกาส ผลลัพธ์ที่ได้คือกุญแจสำคัญแห่งความสำเร็จ นำไปใช้เพื่อการจัดการสภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ต่อองค์การทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเงื่อนไขด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่องค์การต้องสนองตอบ
  2. วิเคราะห์สถานการณ์ภายในองค์การ เพื่อประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์การ ผลลัพธ์ที่ได้คือสมรรถนะหลักของกิจการ รวมทั้งต้องพิจารณาถึงค่านิยมในการบริหารที่องค์การพยายามเสนอ เพื่อตอบสนองต่อลูกค้าหรือผู้รับบริการ เมื่อวิเคราะห์ทั้ง 2 ด้าน แล้วจึงประมวลจุดแข็งจุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ทำเป็น SWOT MATRIX เพื่อกลยุทธ์แล้วเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม นำไปปฏิบัติต่อไป

                การวางแผนคือ การเกิดเรื่องอนาคตโดยการประมวลข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน แล้วใช้ดุลยพินิจเพื่อวางแนวทางดำเนินงานด้านต่าง ๆ ในอนาคต โดยกำหนดกรอบเวลา เป็นแผนระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี แผนระยะปานกลางอยู่ระหว่าง 3-5 ปี และแผนระยะยาวคือตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
                การวางแผนยังเป็นการควบคุมอนาคต พยายามที่จะทำให้อนาคตที่ต้องการเกิดขึ้นได้ตามความปรารถนา กำหนดแนวทางที่ต้องเผชิญ กับความไม่แน่นอน และความเสี่ยงในอนาคต เน้นกระบวนการและกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติ งบประมาณ บุคลากรที่รับผิดชอบ วิธีที่จะต้องปฏิบัติร่วมกัน มีการตัดสินใจเชิงบูรณาการ คือมีการจำแนกแจกแจงเหตุผล และเชื่อมโยงการตัดสินใจของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกัน
                ส่วนกลยุทธ์คือ แผนที่กำหนดทิศทางการดำเนินงานในอนาคตเป็นแบบแผนด้านพฤติกรรมในการปฏิบัติงาน เป็นการกำหนดตำแหน่งของกิจการในสนามแข่งขัน เป็นทัศนภาพที่ต้องการให้สมาชิกในองค์การยึดถือร่วมกัน เป็นกลวิธีในการดำเนินงานเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้าม
                การวางแผนกลยุทธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นหน้าที่โดยตรง การจะตัดสินใจแก้ปัญหาใด ๆ ในองค์การ ต้องคำนึงถึงผลงานในระยะยาว ด้วยการเริ่มต้นจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายนอกหาโอกาสและอุปสรรค์ตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในหาจุดแข็งจุดอ่อน แล้วนำไปสร้างประเด็นเชิงกลยุทธ์ กำหนดกลยุทธ์ เลือกกลยุทธ์ไปปฏิบัติควบคุมและประเมินผลการใช้กลยุทธ์ โดยเน้นการติดตามตรวจประเมินผล
                สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่งผลกระทบรุนแรงต่อองค์การภาครัฐ นักบริหารรัฐกิจต้องหาวิธีรับมือตอบโต้ด้วยความรอบรู้และรอบคอบ คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมความเสมอภาคยุทธิธรรม ค่านิยม จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน พัฒนาสำรวจทางเลือกเชิงกลยุทธ์ วางแนวทางการดำเนินงานในอนาคต
                การวางแผนกลยุทธ์ช่วยสร้างสรรค์ความคิดริเริ่ม การสื่อสาร การมีส่วนร่วม พันธะผูกพัน วัฒนธรรมร่วมขององค์การ โดยคำนึงถึงความแตกต่างด้านค่านิยมและผลประโยชน์ เสริมสร้างการตัดสินใจตามหลักความมีเหตุผลก่อให้เกิดความสำเร็จในการปฏิบัติการ ทำให้เกิดผลลัพธ์ คือประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประหยัด ความเป็นธรรม พลังการทำงานและความผูกพันความรับในงาน
              

ประโยชน์ที่สำคัญที่ได้รับอื่น ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

  1. เสริมสร้างการคิดและการปฏิบัติในเชิงกลยุทธ์
  2. ปรับปรุงทักษะการตัดสินใจให้ดีขึ้น
  3. เพิ่มขีดความสามารถในการสนองตอบขององค์การ
  4. สร้างคุณค่าให้แก่สมาชิกในองค์การ
  5. องค์การเกิดการเปลี่ยนแปลง ,ทำงานเป็นระบบ ,มีทิศทาง,บรรลุสิ่งที่พึงประสงค์,มุ่งสู่คุณภาพ,มีการริเริ่มพัฒนา และสมานฉันท์
นักวางแผนเป็นผู้ทำหน้าที่ในการนำเสนอแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน อธิบายแนวทางในการทำงานที่ครอบคลุม  โดยเตรียมการล่วงหน้า รวบรวมข้อมูลข่าวสาร การตัดสินใจที่ชัดเจน พิจารณาคาดคะเนผลกระทบที่เกิดขึ้นในอนาคต  กำหนดจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน ทักษะการเลือกวิธีการที่เหมาะสมจากนั้นกิจกรรมในการวางกลยุทธ์ ได้แก่
  1. การรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงต่าง ๆ จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน
  2. ระบุปัญหาและความต้องการ
  3. วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
  4. กำหนดวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหา
  5. กำหนดกลยุทธ์หรือวิธีการในการแก้ปัญหา โดยตอบคำถาม 8 ประการ คือจะทำอะไร,จะทำไปทำไม,จะทำที่ไหน,จะทำเมื่อไร,ใครทำ,ทำเพื่อใคร,ทำอย่างไร,จะจ่ายเท่าไร
  6. ใช้ความติดสร้างสรรค์จากประสบการณ์,เรียนรู้จากองค์การ,เรียนรู้จากผู้รู้และจากการวิเคราะห์สถานการณ์
  7. จัดเรียงลำดับความสำคัญของปัญหาโดยใช้ 5 เกณฑ์ คือ ขนาดกลุ่มคนที่มีผลกระทบ,ความรุนแรง,ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต,การยอมรับของชุมชน,และความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา
บทบาทของนักวางแผนดังนี้
  1. เป็นที่ปรึกษา,เป็นนักเจรจาต่อรอง,เป็นผู้ประสานงาน เป็นผู้อำนวยความสะดวก,เป็นผู้กระตุ้น,เป็นผู้เชื่อมสัมพันธ์และเป็นนักสื่อสารขั้นต่อไปคือ การวางกำหนดการจัดทำรายละเอียดด้านต่าง ๆ ดังนี้
  2. กำหนดกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติ
  3. กำหนดเวลาในการดำเนินงาน
  4. กำหนดทรัพยากรที่ใช้
  5. กำหนดผู้รับผิดชอบ
  6. จัดทำเอกสารชี้แจงในการนำแผนไปปฏิบัติ

จะเห็นว่าการวางแผนกลยุทธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นหน้าที่โดยตรงของฝ่ายเสนาธิการ โดย ต้องคำนึงถึงผลงานในระยะยาว ด้วยการเริ่มต้นจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายนอกหาโอกาสและอุปสรรค์ตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในหาจุดแข็งจุดอ่อน  ดังโมเดลการวางแผนกลยุทธ์...........  ข้างต้นครับ


                                     
                                                                                                   น.อ.ศิริพล  ศิริทรัพย์
                                                                                                    รอง ผอ.กนผ.กบ.ทอ.